ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ผมเป็นนักศึกษาใหม่

หลังจากตัดสินใจเรียนต่ออย่างเสียไม่ได้ วันนี้ต้องส่งเอกสารเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา หลังจากที่ต้องฟังการปฐมนิเทศจากทางบัณฑิตวิทยาลัยและคณะวิศวกรรมศาสตร์มาเมื่อวานเป็นเวลาหนึ่งวันเต็มๆ เช้าและบ่าย สำหรับการส่งเอกสารวันนี้ผมส่งได้แค่บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านเท่านั้นเนื่องจากหลักฐานการศึกษาของผมไม่รู้ว่าจะได้รับเมื่อไหร่ เนื่องจากไม่มีระยะเวลา หรือกำหนดการที่แน่นอนจากทางทะเบียนกลาง หรือชื่อสวยๆ ว่ากองทะเบียนและประมวลผล หากถามจะได้เพียงคำตอบที่ว่ารอให้เกรด Thesis เป็น S ก่อนแล้วรออีก 1 เดือน :( ซึ่งไม่รู้จะต้องรอไปอีกนานเท่าไหร่จึงจะได้หลักฐานฉบับนี้มา การรายงานตัววันนี้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว (เนื่องจากหลักฐานไม่มีเลยไม่รู้ว่าจะตรวจสอบอะไรมากนัก) ก็ถึงขั้นตอนทำบัตรนักศึกษาผลปรากฏว่า ได้รับบัตรนักศึกษาชั่วคราวแบบใหม่ สะดวกสบาย ง่าย รวดเร็ว คือการเอาสติกเกอร์รหัสนักศึกษามาแปะที่บัตรประชาชน
ตอนแรกก็คิดว่าสะดวกดีพอมาคิดอีกที ถ้าต้องถ่ายเอกสารบัตรประชาชนละทำอย่างไร !!_ _ เหงื่อตก เพราะมันแปะทำชุดของตัวเลขอะไรสักอย่างของบัตรประชาชนนั้นเอง สังสัยบัตรประชาชนผมเป็นแบบเก่ามั่งเลยมีปัญหา (คิดบวกเข้าไว้) สำหรับการขึ้นทะเบียนนักศึกษาวันนี้ไม่มีอะไรตื่นเต้น (สงสัยทำจนชิน) นอกจากบัตรนักศึกษาใหม่เท่านั้น
หลังจากวันนี้เป็นต้นไปผมเป็นนักศึกษาใหม่แล้วนะครับ ปี 1 ฮะ ;P

ความคิดเห็น

  1. ต่อเอกแล้วเหรอครับ

    ตอบลบ
  2. ใช่แล้ว แล้วเราอะเมื่อไหร่จะเรียนต่อ ;P

    ตอบลบ
  3. ตอนนี้ก็หาข้อมูลแต่ละสถานที่ ค่าใช้จ่ายอยู่เหมือนกัน ได้หยุดเสาร์อาทิตย์แล้วจะได้ใช้วันหยุดให้คุ้มค่าบ้าง

    ตอบลบ
  4. แล้วตั้งเป้าหมายไว้อย่างไรอย่าลืมน่าเดี๋ยวเรียนแล้วแขว

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกการจัดงานศพ: พิธีฌาปนกิจศพ

ตรงส่วนนี้คงจะเขียนเกี่ยวกับพิธียกศพออกจากบ้าน และเกร็ดต่างๆ เล็กๆ น้อยๆ เนื่องจากที่จัดงานจะไม่นิยมไว้ศพที่วัด จะไว้ศพที่บ้าน และถ้าเป็นไปได้จะไว้ศพในบ้านเสียด้วยซ่ำ เมื่อถึงวันฌาปนกิจศพ หรือเผาศพ ก็จะมีการเซ่นไหว้ครั้งใหญ่ก่อนเคลื่อนย้ายศพไปวัดเพื่อฌาปนกิจ เครื่องเซ่นไว้จะประกอบไปด้วย ข้าว 5 ถ้วย กับข้าว 5 อย่าง หัวหมู ไก่ต้ม ไข่ต้ม หมูสามชั้นต้ม หมี่เหลืองผัด กุ้ง หอย ปู ปลา ผลไม้ 5 อย่าง ขนมขึ้น เมื่อมีการเซ่นไหว้ทุกครั้งจะต้องมี สัปรด น้ำชา 3 จอก เหล้าขาว 5 จอก(หลานๆ บอกว่าเจ็คไม่กินเหล้าขาว แต่มีคนบอกว่าเป็นการไหว้ตามประเพณี ^^ ) ซึ่งแต่ละอย่างมีความหมาย แต่ผมจำไม่ได้ต้องหาอีกครั้งนึง ตัวอย่างเครื่องเซ่นไหว้ เมื่อถึงพิธีเซ่นไหว้ จะมีการเซ่นไหว้โดยแบ่งออกเป็นคณะ แต่เพื่อความสะดวกและรวบรัดจึงมีการไหว้เพียงไม่กี่คณะ ซึ่งก็เหมือนเดิมคือผู้ที่มีศักดิ์สูงกว่าจะไม่รวมการเซ่นไหว้ครั้งนี้ คณะแรกจะเป็นผู้ไกล้ชิดผู้ตายมากที่สุดเริ่มตั้งแต่ลูกและภรรยา หลังจากนั้นก็จะเป็นน้องๆ แล้วก็หลานๆ และก็มิตรรักและผู้คนที่นับถือผู้ตาย หากเป็นเมื่อสมัยก่อนนั้น ต้องแยกออกเป็นเขย เป็นสะไภ้ ไหว้กันหลายยกหล...

ด้วยระลึกถึงคุณย่า บันทึกจากความทรงจำ

บันทึกนี้เขียนขึ้นเพื่อบันทึกความทรงจำของผมที่มีต่อคุณย่าที่ล่วงลับไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนคืน คุณย่าเปรียบเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ร้อยครอบครัวใหญ่ของเราเอาไว้ไม่ให้แตกแยก หลังจากที่เสียคุณปู่ไปเมื่อ 23 ปีก่อน เนื่องจากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต มีชาวจีนอาศัยอยู่มาก แต่มักจะเป็นชาวจีนที่อพยพมาไทยนานแล้ว จากการการสังเกตของผม ชาวจีนแถบนี้โดยมากน่าจะเป็นชาว เปอรานากัน หรือชาวจีนที่อพยพมาจากจีนแล้วตั้งถิ่นฐานอยู่ในแหลมลายูหรืออินโดนีเซีย แล้วหลังจากนั้นจึงอพยพมาอาศัยต่อที่ประเทศไทย จากการบอกเล่าของคุณแม่ ก๋งเคยเล่าให้ฟังว่าตอนยังเด็กเคยแจวเรือจ้างอยู่ที่ปีนัง คุณย่าเคยเล่าว่าเป็นชาวฮกเกี้ยน อีกทั้วจากรูปวาดคุณย่าทวดที่มีการเกล้ามวยผม สวมเสื้อคอลึก ส่วนทางบ้านมีการใช้คำเรียกจีนผสมไทยถิ่นใต้อยู่มาก ผู้หญิงทุกคนนิยมสวมผ้าปาเต๊ะ เสื้อลูกไม้ (เสื้อฉลุลายดอกไม้) อาหารการกินเป็นแบบชาวไทยถิ่นใต้ทุกประการ (กินน้ำพริก แกงส้มเก่งกันทุกคน ยกเว้นก๋ง :D) อีกทั้งก๋งเกิดที่ดินแดนแถบนี้ไม่ได้เดินทางมาจากเมืองจีน (บางทีเรียก เตี่ยต่อเตี่ย คือ ทวดมาจากจีน ส่วนสถานที่เกิดไม่แน่ใจว่าเป็นปีนังหรือไทย)...

บันทึกการจัดงานศพ: พิธีทั่วไป

บรรพบุรุษบ้านผมเป็นชาวจีนเข้ามาประเทศไทยตั้งแต่สมัยรุ่นทวด ก๋งผม(ปู่) เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนต้นบรรพบุรุษเห็นจะได้แต่ท่านเกิดที่เมืองไทย(สัญนิฐานจาก สัญชาติไทย และชื่อของแม่ท่านเป็นชื่อไทย อาม่าผมเท่าให้ฟังว่าท่านมีเชื้อสายมุสลิมซึ่งก็น่าจะเป็นคนไทย) ประวัติบรรพบุรุษรุ่นทวดค่อนข้างเลือนลางเนื่องจากผู้รู้ดีคือก๋งผม ท่านได้จากเราไปนานแล้ว ท่านไม่สอนให้ลูกหลานพูดภาษาจีน จึงสัญนิฐานว่าน่าจะใช้ชีวิตอยู่ในสมัยจอมพล ป. พิบูญสงคราม(เนื่องจานโยบายชาตินิยม) จึงมีการเปลี่ยนนามสกุลจากแซ่ลิ่ม เป็นลิ่มนา นี่เป็นประวัติคร่าวๆ ของตระกูลผมเพื่อจะนำมาประกอบกับ บันทึกการจัดการศพ ซึ่งเป็นงานศพของเจ็ค(ออกเสียงตามสำเนียงใต้) อาผู้ชายซึ่งเป็นน้องของพ่อนั้นเอง เหตุที่เขียนบันทึกนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับการจัดการศพที่ผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมไทยและจีน เนื่องจากศพเจ็คผมเป็นศพแรกที่มีการจัดการศพในลักษณะนี้ เพราะก่อนหน้านี้จะใช้วีธีการฝังตลอดมานั่นเอง และคาดว่ามันจะเลือนหายไปอีกในไม่ช้านี้ สถานที่จัดงานศพคือ ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ผมไม่สามารถกลับจากหาดใหญ่ไปทันตอนนำศพบรรจุโลง(ภาษาถิ่นใต้เรีย...