ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เรือนเพชร หมูกระทะ

หลังจากแนะนำร้านอาหารไปแล้วหลายร้าน วันนี้แนะนำร้านหมูกระทะกันบ้าง ร้านนี้อร่อย บรรยากาศดี มีดนตรีสดให้ฟัง(ถึงแม้พี่แกจะร้องออกมาเป็นแนวเพื่อชีวิตไปหน่อยก็ตาม มีเพลง happy birthdey บ่อยไปหน่อย) มีอาหารให้เลือกกินหลายอย่าง ที่สำคัญมียำแปลกๆ หรือที่ไม่คิดว่าจะมีให้กินในร้านอาหารให้ลองกินกันด้วย แผนที่ใน google map


บรรยากาศร้าน


น้ำจิม มีให้เลือกชิมกันหลากหลายมาก น้ำจิ้มแจ่ว น้ำจิ้มสามรส น้ำจิ้มสุกี้ อร่อยมาก


เป็นกระทะทองเหลือง


ยำผักกูดสไตล์คนใต้ อร่อย


มีอาหารให้เลือกหลายอย่างมาก

ร้านนี้มีดีที่น้ำจิ้ม น้ำจิ้มแจ่ว น้ำจิ้มสามรส น้ำจิ้มสุกี้ อร่อยมากติดใจ บรรยากาศร้านดูดี ดนตรีฟังได้ มีอาหารให้เลือกเยอะ มีกระเพราะปลาด้วย ใช้กระทะทองเหลืองและถ่านอัดทำให้กระทะร้อนคงที่

ความคิดเห็น

  1. ไม่ระบุชื่อ16 เมษายน 2555 เวลา 10:26

    ใช่ ๆอร่อย ๆมากเลยล่ะครับ ปัจจุบัน หัวละ90บาทแล้วนะครับ เปิดทุก ๆวัน16.00น.-23.00.น.นะครับ ตอนนี้มีอาหารเพิ่มมากขึ้นเยอะแยะเลยนะครับ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกการจัดงานศพ: พิธีฌาปนกิจศพ

ตรงส่วนนี้คงจะเขียนเกี่ยวกับพิธียกศพออกจากบ้าน และเกร็ดต่างๆ เล็กๆ น้อยๆ เนื่องจากที่จัดงานจะไม่นิยมไว้ศพที่วัด จะไว้ศพที่บ้าน และถ้าเป็นไปได้จะไว้ศพในบ้านเสียด้วยซ่ำ เมื่อถึงวันฌาปนกิจศพ หรือเผาศพ ก็จะมีการเซ่นไหว้ครั้งใหญ่ก่อนเคลื่อนย้ายศพไปวัดเพื่อฌาปนกิจ เครื่องเซ่นไว้จะประกอบไปด้วย ข้าว 5 ถ้วย กับข้าว 5 อย่าง หัวหมู ไก่ต้ม ไข่ต้ม หมูสามชั้นต้ม หมี่เหลืองผัด กุ้ง หอย ปู ปลา ผลไม้ 5 อย่าง ขนมขึ้น เมื่อมีการเซ่นไหว้ทุกครั้งจะต้องมี สัปรด น้ำชา 3 จอก เหล้าขาว 5 จอก(หลานๆ บอกว่าเจ็คไม่กินเหล้าขาว แต่มีคนบอกว่าเป็นการไหว้ตามประเพณี ^^ ) ซึ่งแต่ละอย่างมีความหมาย แต่ผมจำไม่ได้ต้องหาอีกครั้งนึง ตัวอย่างเครื่องเซ่นไหว้ เมื่อถึงพิธีเซ่นไหว้ จะมีการเซ่นไหว้โดยแบ่งออกเป็นคณะ แต่เพื่อความสะดวกและรวบรัดจึงมีการไหว้เพียงไม่กี่คณะ ซึ่งก็เหมือนเดิมคือผู้ที่มีศักดิ์สูงกว่าจะไม่รวมการเซ่นไหว้ครั้งนี้ คณะแรกจะเป็นผู้ไกล้ชิดผู้ตายมากที่สุดเริ่มตั้งแต่ลูกและภรรยา หลังจากนั้นก็จะเป็นน้องๆ แล้วก็หลานๆ และก็มิตรรักและผู้คนที่นับถือผู้ตาย หากเป็นเมื่อสมัยก่อนนั้น ต้องแยกออกเป็นเขย เป็นสะไภ้ ไหว้กันหลายยกหล...

ด้วยระลึกถึงคุณย่า บันทึกจากความทรงจำ

บันทึกนี้เขียนขึ้นเพื่อบันทึกความทรงจำของผมที่มีต่อคุณย่าที่ล่วงลับไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนคืน คุณย่าเปรียบเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ร้อยครอบครัวใหญ่ของเราเอาไว้ไม่ให้แตกแยก หลังจากที่เสียคุณปู่ไปเมื่อ 23 ปีก่อน เนื่องจากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต มีชาวจีนอาศัยอยู่มาก แต่มักจะเป็นชาวจีนที่อพยพมาไทยนานแล้ว จากการการสังเกตของผม ชาวจีนแถบนี้โดยมากน่าจะเป็นชาว เปอรานากัน หรือชาวจีนที่อพยพมาจากจีนแล้วตั้งถิ่นฐานอยู่ในแหลมลายูหรืออินโดนีเซีย แล้วหลังจากนั้นจึงอพยพมาอาศัยต่อที่ประเทศไทย จากการบอกเล่าของคุณแม่ ก๋งเคยเล่าให้ฟังว่าตอนยังเด็กเคยแจวเรือจ้างอยู่ที่ปีนัง คุณย่าเคยเล่าว่าเป็นชาวฮกเกี้ยน อีกทั้วจากรูปวาดคุณย่าทวดที่มีการเกล้ามวยผม สวมเสื้อคอลึก ส่วนทางบ้านมีการใช้คำเรียกจีนผสมไทยถิ่นใต้อยู่มาก ผู้หญิงทุกคนนิยมสวมผ้าปาเต๊ะ เสื้อลูกไม้ (เสื้อฉลุลายดอกไม้) อาหารการกินเป็นแบบชาวไทยถิ่นใต้ทุกประการ (กินน้ำพริก แกงส้มเก่งกันทุกคน ยกเว้นก๋ง :D) อีกทั้งก๋งเกิดที่ดินแดนแถบนี้ไม่ได้เดินทางมาจากเมืองจีน (บางทีเรียก เตี่ยต่อเตี่ย คือ ทวดมาจากจีน ส่วนสถานที่เกิดไม่แน่ใจว่าเป็นปีนังหรือไทย)...

บันทึกการจัดงานศพ: พิธีทั่วไป

บรรพบุรุษบ้านผมเป็นชาวจีนเข้ามาประเทศไทยตั้งแต่สมัยรุ่นทวด ก๋งผม(ปู่) เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนต้นบรรพบุรุษเห็นจะได้แต่ท่านเกิดที่เมืองไทย(สัญนิฐานจาก สัญชาติไทย และชื่อของแม่ท่านเป็นชื่อไทย อาม่าผมเท่าให้ฟังว่าท่านมีเชื้อสายมุสลิมซึ่งก็น่าจะเป็นคนไทย) ประวัติบรรพบุรุษรุ่นทวดค่อนข้างเลือนลางเนื่องจากผู้รู้ดีคือก๋งผม ท่านได้จากเราไปนานแล้ว ท่านไม่สอนให้ลูกหลานพูดภาษาจีน จึงสัญนิฐานว่าน่าจะใช้ชีวิตอยู่ในสมัยจอมพล ป. พิบูญสงคราม(เนื่องจานโยบายชาตินิยม) จึงมีการเปลี่ยนนามสกุลจากแซ่ลิ่ม เป็นลิ่มนา นี่เป็นประวัติคร่าวๆ ของตระกูลผมเพื่อจะนำมาประกอบกับ บันทึกการจัดการศพ ซึ่งเป็นงานศพของเจ็ค(ออกเสียงตามสำเนียงใต้) อาผู้ชายซึ่งเป็นน้องของพ่อนั้นเอง เหตุที่เขียนบันทึกนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับการจัดการศพที่ผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมไทยและจีน เนื่องจากศพเจ็คผมเป็นศพแรกที่มีการจัดการศพในลักษณะนี้ เพราะก่อนหน้านี้จะใช้วีธีการฝังตลอดมานั่นเอง และคาดว่ามันจะเลือนหายไปอีกในไม่ช้านี้ สถานที่จัดงานศพคือ ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ผมไม่สามารถกลับจากหาดใหญ่ไปทันตอนนำศพบรรจุโลง(ภาษาถิ่นใต้เรีย...